หาเครื่องสักการะบูชาเช่นธูปเทสียนดอกไม้ บูชาเสียก่อนแล้วตั้งจิตให้แน่วแน่น้อม ระลึกถึงองค์หลวงพ่อโต ตลอด จนสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ผู้สร้างให้ช่วยตามความ ปรารถนาแล้ว นำน้ำมนต์ไปให้รับประทานและอาบตามความ ประสงค์ ผู้นั้นจะประสบแต่โชคชัย เคราะห์ร้ายก็อาจจะกลับกลายเป็นดีได้ ด้วยประการฉะนี้"
พระพิมพ์ของเจ้าประคุณสมเด็จฯ หรือเรียกกันตามสะดวกปากว่า "สมเด็จ" นั้น ได้กล่าวมาแล้วว่าเจ้าประคุณสมเด็จได้สร้างขึ้น ไว้ด้วยมุ่งหมายจะให้เป็นการ สืบต่ออาย ุพระศาสนาเป็นข้อสำคัญ แต่น่าประหลาดอยู่ ที่คนทั้งหลายต่างนับถือพรสมเด็จเป็น เครื่องรางที่ทรงคุณานุภาพเป็นอย่าง วิเศษ ว่าในบรรดาพระเครื่องราง พระสมเด็จเด่นอยู่ใน ความนิยมของสังคมในทุกยุคทุกสมัยและว่าจะหาซื้อได้ด้วย เงินตราในราคาแพงมาก อันเรื่องเกี่ยวกับอภินิหารพระสมเด็จนั้น ได้ฟังเล่ากันมากมายหลายเรื่อง จะเขียนลงไว้แต่ เฉพาะบางเรื่อง ดังต่อไปนี้กล่าวกันว่า ภายหลังแต่เจ้าประคุณสมเด็จฯ ถึงมรณภาพ พระสมเด็จที่ใส่บาตร สัด และกระบุงตั้งไว้ที่หอสวดมนต์นั้น ได้ขนย้ายเอาไปไว้ที่ใน พระวิหารวัดระฆัง (ว่าเอาไว้ที่บนเพดานพระวิหารก็มี) โดยมิได้มีการพิทักษ์รักษากันอย่างไร เป็นต้นว่าประตูวิหารก็ไม่ได้ใส่กุญแจ ในปีหนึ่งเป็นเทศกาลตรุษสงกรานต์ มีทหารเรือหลายคน มาเล่นการพนันที่หน้าวัด เช่นหยอดหลุม ทอยกอง เป็นต้น จะเนื่องด้วยเหตุใดไม่ปรากฏ ทหารเรือเหล่านั้นได้เกิดวิวาทถึงชกต่อยตีรันกันเป็นโกลาหล ทหารเรือคนหนึ่งได้เข้าไปเอา พระสมเด็จใสพระวิหารมาอมไว้องค์หนึ่ง แล้วกลับมาชกต่อยตีรันประหัตประหารกันต่อไป ที่สุดปรากฎว่าทหารเรือคนนี้นไม่ ได้รับบาดเจ็บอย่างไรแม้รอยฟกช้ำก็ไม่มี ส่วนทหารเรือ คนอื่น ๆ ต่างได้รับบาดเจ็บ ที่ร่างกายมีบาดแผลมากบ้างน้อยบ้างทุกคน อีกเรื่องหนึ่งว่า คราวหนึ่งมีชายคนหนึ่งอยู่บ้านตำบลไชโยจังหวัดอ่างทอง ป่วยเป็นโรคอหิวาต์ คือวันหนึ่งฝันว่า เจ้าประคุณสมเด็จฯมาบอกว่า "ยังไม่ตายให้ไปเอาพระสมเด็จฯที่บนเพดานพระวิหารวัดระฆัง มาทำน้ำมนต์กินเถิด " พวกญาติได้พยายามแจวเรือกันมาเอาพระสมเด็จไปอธิษฐาน ทำน้ำมนต์ให้กินก็หายจากโรคนั้นทั้งสองเรื่องที่เล่ามานี้ ว่าเป็นมูลให้เกิดคำเล่าลือถึงอภินิหาร พระสมเด็จฯเป็นประถมพระอาจารย์ขวัญ วิสิฎโฐ เล่าว่า มาหญิงคนหนึ่ง ชื่อจัน ภูมิลำเนาเดิมอยู่จังหวัดอ่างทอง คุ้นเคยสนิทสนมกับเจ้าประคุณสมเด็จฯ แต่ยังเยาว์วัย ต่อมานางจันได้ย้ายมาประกอบอาชิพตั้งร้านค้าอยู่ทางแขวงจังหวัดนนทบุรี ภายหลังยากจนลง เพราะการค้าขาดทุนนางจันได้ยินกิตติศัพท์เลื่องลือถึงคุณ วิเศษของเจ้าประคุณสมเด็จฯ วันหนึ่งจึงเข้าไปหาท่าน สนทนากันในตอนหนึ่ง นางจันกล่าวว่า "เวลานี้ดิฉันยากจนมาก" ท่านว่า "มาที่นี่ไม่จนหรอกแม่จัน" แล้วท่านหยิบพระประจำวันให้นางจันองค์หนึ่ง (จะเป็นพระประจำวันอะไรหาทราบไม่) บอกให้อาราธนาทำน้ำมนต์อธิษฐานตามปรารถนา และว่า "ถ้าแม่จันรวยแล้วอย่ามาหาฉันอีกนะจ๊ะ" นางจันกราบเรียนถามว่า "เป็นยังไงล่ะเจ้าคะ?" ท่านตอบว่า "ฉันไม่ชอบคนรวย ฉันชอบคนจนจ้ะ" ว่านางจันได้พระมาแล้วทำตามที่ท่านบอก แต่นั้นการค้าก็เจริญขี้นโดยลำดับ ที่สุดนางจันก็ตั้งตัวได้เป็นหลักฐานผู้หนึ่งในถิ่นนั้น นางจันทีอายุอ่อนกว่าเจ้าประคุณสมเด็จฯ เรียกเจ้าประคุณสมเด็จฯ ว่า "หลวงพี่" มีคนถามนางจันว่า "รวยแล้วทำไมจึงไม่ไปหาสมเด็จฯ อีกเล่า" นางจันตอบว่า "เพราะหลวงพี่โตสั่งไว้ว่า ถ้ารวยแล้วห้ามไม่ให้ไปหา หลวงพี่โตนี่แหละศักดิ์สิทธิ์นัก พูดคำไหนต้องเป็นคำนั้น"
ร้อยเอกหลวงวิจารณ์พลฉกรรจ์ (แสวง ผลวัฒนะ) สัสดีจังหวัดกาญจนบุรี ว่า คราวหนึ่งไปราชการทหารที่ตำบลพนมทวนในจังหวัดนั้น กถูกคนร้ายลอบยิงหลายนัด แต่ไม่เป็นอันตราย ว่าเพราะมีพระสมเด็จที่บิดา ( นาย อาญาราช อิ่ม ซึ่งเมื่อบวชเป็นต้นกุฏิเจ้าประคุณสมเด็จฯ ให้ไว้)
นายเปลื้อง แจ่มใส ว่าเมื่อยังรับราชการในกรมรถไฟ แผนกช่างเวลานั้นอายุราว ๒๕ ปี คราวหนึ่งได้ขึ้นไปตรวจทางรถไฟสายเหนือซึ่งเพิ่งสร้างเสร็จขณะยืนตรวจการ อยู่ท้ายรถถึงที่แห่งหนึ่ง (ตำบลบ้านแม่ปิน จังหวัดแพร่) รถแล่นเข้าโค้ง พอนายเปลื้องประมาทตัวนายเปลื้องได้พลัดตกจากรถลงไปนอนอยู่ข้างทาง (เวลาตกนั้นรู้สึกตัวเบามาก) แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บอย่างใด เป็นเพียงเท้าขัดยอกบ้างเล็กน้อยเท่านั้น นายเปลื้องว่าที่ตัวไม่มีอะไรนอกจากพระสมเด็จฯ จึงเชื่อมั่นว่าที่ไม่เป็นอันตรายนั้นเป็นเพราะอานุภาพพระสมเด็จแน่นอน
พระอาหรภัตรพิสิฐ (เล็ก อุณหนันท์) เล่าหลายเรื่อง เรื่องหนึ่งว่า คราวหนึ่งหญิงลูกจ้างคนหนึ่งชื่อรูป เกิดโรคท้องเดินจงตัวซีด (เข้าใจว่าเป็นโรคอหิวาต์) ในเวลานั้นดึกมากราว ๑.๐๐ น. เห็นจะได้ไม่ทราบว่าจะไปหายาที่ไหน นึกขึ้นถึงพระสมเด็จฯที่มีอยู่ (เป็นพระพิมพ์ปรกโพธิ์) คุณพระจึงอาราธนาทำน้ำมนต์ให้กินบ้าน เอาตบศีรษะบ้าง สักครู่หนึ่งก็นอนหลับ เมื่อตื่นขึ้นหญิงนั้นบอกว่า ได้ฝันว่า มีพระสงฆ์แก่องค์หนึ่งมาบอกว่า "ยังไม่ตาย" ว่าได้กินน้ำมนต์นั้นเรื่อย ๆ มา จนอาการโรคคลายหายเป็นปกติดี เรื่องหนึ่งว่าเมื่อภรรยาจะคลอดบุตรคนสุดท้อง เจ็บครรภ์อยู่จนถึง ๓วันก็ยังไม่คลอด คุณพระจึงจะธูปเทียนบูชาสักการะ อาราธนาพระสมเด็จฯลงแช่ในน้ำ ตั้งจิตอธิษฐานตามประสงค์ แล้วเอาน้ำนั้นให้กินบ้าง ตบศีรษะบ้าง ว่าไม่ช้านักก็คลอดอย่างง่ายตาย เรื่องหนึ่งว่า แขกที่พาหุรัดคนหนึ่ง ซึ่งชอบพอคุ้นเคยกับคุณพระบอกว่า ที่เขาได้ภรรยา ๓ คนที่อยู่ด้วยกันในเวลานี้นั้น เพราะเขาเอาพระสมเด็จฯฝนให้กินทุกคน (ว่าพระนั้นเป็นพระสมเด็จกรุวัดใหม่บางขุนพรหม) อีกเรื่องหนึ่งว่า พระสมเด็จงูไม่ข้าม คราวหนึ่งมีงูเลื้อยมา คุณพระได้เอาพระเครื่องเหล่านั้น ทำดังนี้หลายครั้ง ปรากฏว่างูมิได้เลื่อยข้ามพระสมเด็จฯ แม้แต่เลื้อยเข้ามาใกล้ก็ไม่มี ส่วนพระเครื่องชนิดอื่น ๆ งูได้เลื้อยข้ามบ้าง เลื้อยเฉียดไปบ้าง คุณพระอาทรฯ เล่าต่อไปว่า ตัวคุณพระเองได้เคยฝ่าอันตรายมาหลายครั้ง แต่ก็ปลอดภัยทุกคราว และว่าน่าประหลาดอย่างหนึ่ง ที่คนกำลังทะเลาะวิวาทถึงจะทำร้ายกัน ถ้าเรามีพระสมเด็จอยู่กับตัวเข้าไปห้ามปราม คนเหล่านั้นจะเลิกทะเลาะต่างแยกย้ายกันไปทันที
ได้ฟังเล่ากันอึกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับพระสมเด็จแก้โรคอหิวาต์ จะเขียนแทรกลงไว้ตรงนี้ เมื่อปีระกา พ.ศ.๒๔๑๖ เกิดโรคอหิวาต์(โรคป่วง) ครั้งใหญ่ ผู้คนล้มตายกันมาก กล่าวในจดหมายเหตุบัญชีน้ำฝนของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ (เล่ม๓) ดังนี้
"ระกาความไข้ คนตายนับได้ เกือบใกล้สี่พัน เบาน้อยกว่าเก่า หาเท่าลดกันมะโรงก่อนนั้น แสนหนึ่งบัญชี เขาจดหมายไว้ในสมุดปูนมีมากกว่าดังนี้เป็นไป
(เดือน ๘ ข้างขึ้น)
เกิดไข้ในวัดม้วย วันละคน
ตั้งแต่สองค่ำดล หกเว้น
ศิษย์พระวอดวายชนม์ ถึงสี่ เทียวนา
บางพวกไกลโรคเร้น ชีพตั้ง ยังเหลือ
จบเสร็จเผด็จสิ้น ปีระกา
โรคป่วงเกิดมีมา ทั่วดาน
น้ำน้อยไม่เข้านา เสียมาก เทียวแฮ
ในทุ่งรวงข้าวม้าน ไค่กล้า นาเสีย"
กล่าวกันว่า ในคราวนั้นสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง(รัชกาลที่ ๕) ทรงพระราชทานแจกสมเด็จฯ (ชนิดปรกเมล็ดโพธิ์ ที่เรียกกันว่า "สมเด็จเขียว") ว่าคนเป็นอันมากได้รอดตายเพราะพระสมเด็จนั้น จึงเกิดกิตติศัพท์เลื่องลือกันแพร่หลายสืบมา
สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ท่านมีเมตตาและชาวบ้านมักจะมาขอน้ำมนต์จากสมเด็จพระพุฒาจารย์โต เพื่อดื่ม อาบประพรมสินค้าเพื่อให้ค้าขายดี ในอดีต แต่ปัจจุบันนี้ท่านได้ละสังขาลไปแล้วกว่า ๑๓๕ ปี
ณ.เวลานี้ พระครูนาคดิตถ์คณาภิรักษ์ (คว้าง) เจ้าอาวาสวัดโบสถ์ ตำบลถอนสมอ อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี และท่านดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะอำเภอท่าช้าง เป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อแพ เขมังกโร อดีตเจ้าอาวาสวัดโบสถ์และวัดพิกุลทอง มีความเคารพเลื่อมใสในสมเด็จพระพุฒาจารย์โตเป็นอันมากจึงได้ร่วมมือกับศิษย์ และคณะกรรมการวัด เนรมิตรให้สมเด็จพระพุฒาจารย์โตได้คืนชีพมาอีกครั้งหนึ่งในรูปแบบของหุ่น ขี้ผึ้งเหมือนจริงด้วยไฟเบอร์กลาส และได้อารธนาดวงวิญญาณสมเด็จฯ มาสถิตย์ที่หุ่นขี้ผึ้งและได้ทำน้ำมนต์สมเด็จฯเพื่อให้ประชาชนผู้มีความ ต้องการและเลื่อมใสได้นำน้ำมนต์ไปใช้ประโยชน์ที่ต้องการ ขอเชิญผูมีจิตศรัทธามาขอรับน้ำมนต์และนมัสการสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสีได้ที่วัดโบสถ์ ตำบลถอนสมอ อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี ทุกวัน หรือขอรายละเอียดโดยตรงได้ที่พระครูนาคดิตถ์คณาภิรักษ์(คว้าง)เจ้าอาวาสวัด โบสถ์
« ย้อนกลับ