วัดช้างให้
 
 
ประวัติการสร้างวัดช้างให้ จ.ปัตตานี

สมัยก่อนนั้นชาวมาลายูนับถือศาสนาพุทธ พระยาแก้มดำเป็นชาวมลายูจึง ได้ทรงสร้างวัดช้างให้ขึ้น (ตามหนังสือของพระยารัตนภักดี เรื่องปัญหาดินแดน ไทยกับมลายู) ในหนังสืออิงตามประวัติศาสตร์ว่า พ.ศ.1300 กษัตริย์ครองกรุงศรีวิชัยแห่งปาเล็มบัง มีอานุภาพแผ่ไพศาล อาณาเขตเข้ามาถึงแหลมมลายู และได้ทรงสร้างสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา ไว้ หลายแห่ง มีการค้นพบศิลาจารึกแผ่นหนึ่งที่ จ.นครศรีธรรมราช บันทึกไว้ ว่า เมื่อพ.ศ.1318 เจ้าเมืองศรีวิชัย ได้มาก่อสร้างพระเจดีย์ที่นครศรีธรรมราช และ อีกแห่งคือ พระพุทธไสยาสน์ในถ้ำที่ภูเขา (วัดหน้าถ้ำ จ.ยะลา ในปัจจุบัน) ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา คาดว่าสร้างเมื่อสมัยกรุงศรีวิชัย ระหว่างพ.ศ.1318-1400 ต่อมามีการปฎิสังขรณ์เพิ่มเติมตามที่เห็นในปัจจุบัน นี้

ขณะที่ท่านลังกา"หลวงพ่อทวด"พำนักอยู่ที่วัด ในเมืองไทรบุรีวันหนึ่ง อุบาสก อุบาสิกา และลูกศิษย์อยู่พร้อมหน้าท่าน ได้พูดขึ้นในกลางชุมนุมนั้นว่า ถ้าท่านมรณภาพเมื่อใดขอให้ช่วยกันจัดการหามศพ ไปทำการฌาปนกิจ ณ วัดช้างให้ด้วย และขณะหามศพพักแรมนั้น ณ ที่ใดน้ำเน่าไหล ลงสู่พื้นดินที่ตรงนั้นจงเอา เสาไม้แก่นปักหมายไว้ต่อไปข้าง หน้าจะ เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ อยู่มาไม่นานท่านก็ได้มรณภาพลง ด้วยโรคชรา คณะศิษย์ผู้เคารพ ในตัวท่านก็ได้ จัดการตามที่ท่านสั่งโดย พร้อมเพรียงกัน เมื่อทำการ ฌาปณกิจศพท่านเรียบร้อย เมื่อ พ.ศ.2501 พระครูวิสัยโสภณ ได้เดินทางไปบูชามาแล้วทุกสถานที่ แต่ละสถานที่ก็มีสภาพเหมือนสถูป ที่บรรจุอัฐิหลวงพ่อทวด ที่วัดช้างให้ เมื่อครั้งยังไม่ได้ตบแต่ง สร้างใหม่สอบ ถามชาวบ้านแถบๆนั้นดู ต่างก็เล่นถึงเรื่องราวที่สืบทอดต่อกันมาให้ อาจารย์ทิมและ คณะฟังว่าเป็นสถานที่ตั้งศพ ของหลวงพ่อทวด

เมื่อมาพักแรมมีน้ำเหลืองหยดตกลงพื้น ก็เอาไม้ปักทำเครื่องหมายไว้ บางแห่งก็ก่อสร้างเป็นสถูปเจดีย์ก็มี แล้วคณะศิษย์ผู้ไปส่งได้ขอแบ่งเอา อัฐิของท่านแต่ส่วนน้อย นำกลับไปทำสถูปที่ วัด ณ เมืองไทรบุรีไว้เป็นที่เคารพบูชาตลอดจนบัดนี้สมเด็จเจ้าพะโคะ กับท่านช้างให้ หรือ"หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด" นี้สมัยท่านยังมีชีวิตมีชื่อที่ใช้เรียกท่าน หลายชื่อเช่น พระราชมุนีสามีราม คุณูปมาจารย์ ท่านลังกา และท่านช้างให้ แต่เมื่อท่านมรณภาพ แล้วเรียกเขื่อนหรือ สถูปศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุอัฐิของท่าน ว่า “เขื่อนท่านช้างให้” เขื่อน หลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด (คำว่าเขื่อนเป็นภาษพื้นเมืองทางใต้ หมายถึงสถูปที่บรรจุอัฐิของ ท่านผู้มีบุญนั่นเอง) เมื่อ พ.ศ. 2480 พระครูมนูญสมณการ วัดลานุภาพ ได้ชวนชาวบ้านช้างให้และใกล้เคียง ไปทำการแผ้วถางวัดร้างแห่งนี้ โดยจัดบูรณะให้เป็นวัดมีพระสงฆ์เข้าจำ พรรษาและในปีนั้นเอง ได้ให้พระภิกษุช่วงมาอยู่ก็ได้มีการจัดสร้าง ถาวรวัตถุ ขึ้น เช่นศาลาการเปรียญ และกฏิ2-3หลัง ครั้งต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2484 พระภิกษุช่วงก็ได้ลาสิกขาบท วัดช้างให้จึงขาดเจ้าอาวาส และผู้นำลง พระครูภัทรกรณ์โกวิท เจ้าอาวาสวัดนาประดู่ จึงได้ให้พระภิกษุทิม (พระครูวิสัยโสภณ) ไปเป็นเจ้าอาวาสวัดช้างให้ ตามที่ชาวบ้านขอมา

[อ่านต่อ หน้า2]

   
       
     
 
Privacy Policy
http://www.lanna-otop.com/http://www.chiangmai-hotels-booking  in Thailandhttp://www.ganeshthai.comhttp://www.luangpohtuad.orgBangkok hotesl booking  : ThailandPattaya Hotels Booking : Thailandhttp://www.buddha-thai.com/
Koh chang infowelcome-kohsamui.comhttp://www.samuiholiday.orgJatukarm-Ramatep.comkohtaoinfogetinkohsamui.com
©2009 Luangpohtuad.ORG Allright Rights Reserved.